travel news

ที่นี่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ศูนย์วิจัยป่าชายเลนจังหวัดระนอง” โดยครอบคลุมป่าชายเลนหงาวซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 189,431 ไร่ มีพันธุ์ไม้หายากมากกว่า 20 ชนิด เช่น โกงกางอายุมากกว่า 200 ปี ต้นเดียวในประเทศไทย ต้นตะปูนดำยักษ์อายุมากกว่า 300 ปี และเป็นแหล่งเกิดและเติบโตของสัตว์ทะเลนานาชนิด ก่อนที่จะแข็งแรงและอาศัยหากินในทะเล

ไม่น่าเชื่อว่าเกาะกลางแม่น้ำบางปะกงแห่งนี้เต็มไปด้วยนานากิจกรรมเพื่อความสุขวันสุดสัปดาห์มากมาย ตั้งแต่การล่องเรือชมความงามรอบเกาะที่ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง การชมวิถีชีวิตที่ยังคงยึดขนบอันเรียบง่าย ของชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะลัด สักการะพระสถูปเจดีย์พระเจ้าตากสินมหาราช แวะชมความคลาสสิกของวัดปากน้ำโจ้โล้ ตื่นตากับค้างคาวแม่ไก่นับร้อยที่วัดโพธิ์บางคล้า

ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดชลบุรีที่สร้างขึ้นในรูปลักษณ์สถาปัตยกรรมจีนสูง 4 ชั้น ในเนื้อที่ 13 ไร่ของศาลเจ้าแห่งนี้ ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัง หอฟ้าดิน 1 หลัง โดยความโดดเด่นของที่นี่คือการประดับประดาตามความเชื่อของชาวจีน เช่น รูปปั้นมังกรซึ่งมีมาถึง 2,840 ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ย (ดาวเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์) ครบ 60 องค์

รวบรวมทุกความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต บนเนื้อที่ 62 ไร่ เอาใจนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่พร้อมเปิดรับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยถึง 35,000 ตารางเมตร โดยแบ่งออกเป็นห้องนิทรรศการถาวร ห้องท้องฟ้าจำลอง ห้องประชุมสัมมนาห้องปฎิบัติการวิทยาศาสตร์ นิทรรศการภายในอาคาร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ความลึกลับภายในถ้ำ เป็นสิ่งน่าค้นหาและสร้างความตื่นเต้นให้แก่นักท่องเที่ยวได้เสมอ เฉกเช่นเดียวกับถ้ำเวฬุวันแห่งนี้ ซึ่งเป็นถ้ำขนาดกลางที่อยู่ในบริเวณเดียวกับวัดวังคัน ทางเข้าถ้ำมีบันไดคอนกรีตจำนวน 61 ขั้น ทอดยาวเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ขึ้นไปถึงบริเวณปากถ้ำ สำหรับสภาพภายในถ้ำมีหินงอกและหินย้อยสวยงาม มีไฟฟ้าสว่างเพียงพอให้ผู้มาเยือนมองเห็น

เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมแหล่งอนุรักษ์เรียนรู้นกที่พบในเมืองไทย ซึ่งบางชนิดหายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ และบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว อาทิ นกเปล้าหน้าแดง ที่มีความสะดุดตา นกเงือกชนหินหน้าตาคล้ายสัตว์ดึกดำบรรพ์ คอเปลือย ไม่มีขน ผมบนหัวทรงพั้งค์ และเป็นตัวเดียวในประเทศไทย

หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของยะลา หลายคนคงนึกถึงบ่อน้ำร้อนเบตง ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยอุณหภูมิของน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส และบริเวณที่น้ำเดือดนี้สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 7 นาทีเท่านั้น ปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาได้ร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนาพื้นที่ 3 ไร่ของบ่อน้ำร้อนเบตง

วัดอินทรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลายราวปี พ.ศ. 2295 ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดไร่พริก” เพราะเป็นวัดที่ปลูกอยู่ใกล้สวนผักของชาวจีน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดบางขุนพรหม” ตามชื่อของหมู่บ้าน ซึ่งมีขุนพรหมเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน

เมื่อประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งของภูเก็ตได้จุเรื่องราวไว้มากมายในวัดพระนางสร้าง จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญประจำจังหวัดที่ไม่อยากให้ทุกคนมองข้าม วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2301 และเคยใช้เป็นค่ายสู้รบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2328 ภายในอุโบสถเก่าแก่ยังคงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก 3 องค์ เรียกว่า “พระในพุง” หรือ “พระสามกษัตริย์”

ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองอยุธยาอีกแห่งซึ่งผสมผสานศิลปะไทยและขอมได้อย่างน่าทึ่ง เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในระหว่างเสด็จไปลพบุรีและไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรีสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมแต่สร้างแบบก่ออิฐถือปูนในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองเมื่อ พ.ศ.2147 โดยโปรดเกล้าฯ ให้ช่างถ่ายแบบมาจากปราสาทศิลา ‘เมืองพระนครหลวง’ หรือศรียโสธรปุระหรือนครวัดในกรุงกัมพูชา