travel news

อุทยานแห่งชาติที่วางตัวอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด ในอดีตนั้นเคยเป็นสมรภูมิรบอันยิ่งใหญ่ที่ถูกจารึก ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยอย่างไม่มีวันลืมเลือน แม้ควันไฟแห่งสงครามได้จางหายไป เหลือเพียงความสงบ ร่มรื่น และความสวยงามของธรรมชาติป่าเขา แต่พอเอ่ยถึงภูหินร่องกล้าขึ้นมาเมื่อไหร่ ภาพแห่งอดีตมักฉายซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า อุทยานฯ แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 191,875 ไร่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2527

เขื่อนชลประทานที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้วโดยเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นต้นน้ำห้วยพระปรงอันเป็นลำน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติรายรอบ เขื่อนพระปรงจึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มาพร้อมกับ กิจกรรมความสุขหลากหลาย อย่างการนั่งเรือหรือล่องแพชมความงามบนผืนทะเลสาบเหนือเขื่อนที่จะพาคุณเข้าไปทักทายกับนกน้ำนานาชนิด

อำเภอเชียงของเป็นที่ตั้งของท่าเรือบั๊ค จุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้โดยติดต่อที่ว่าการอำเภอเชียงของ พร้อมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด และค่าธรรมเนียม 30 บาท ค่าผ่านด่านลาว 90 บาท หรือใช้พาสปอร์ต (ไม่ต้องทำวีซ่า)

อุดรธานี ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอื่นๆ อันเป็นที่เลื่อมใสบูชาเป็นอย่างสูงได้แก่ หลวงพ่อพระพุทธโพธิ์ทอง และ ท้าวเวสสุวัณ ซึ่งมีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นสิริมงคลในแต่ละด้านที่แตก ต่างกันไป ตามประวัติกล่าวว่า ศาลหลักเมืองอุดรธานีนั้นสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2502 โดยได้อัญเชิญดวงพระวิญญาณของ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ทรงก่อตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นเมื่อพ.ศ. 2436 มาสถิตย์ ณ เสาหลักเมืองนี้ด้วย

นอกจากจะเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยแหล่งธรรมชาติอันเป็นสถานที่ดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายหรือไม่ว่าจะเป็นศาสนสถานหรือโบราณสถานต่างๆแล้ว จังหวัดหนองบัวลำภูแห่งนี้ก็ยังเป็นดินแดนที่ได้มีส่วนหนึ่งในการจารึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติไทยมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาในการต่อสู้ข้าศึกเพื่อปกป้องแผ่นดินโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งที่พระองค์ได้ยกกองทัพและเสด็จมายังจังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบันนี้

หากอยากทำความรู้จักกับวิถีและวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่านผืนผ้าของชาวลาวครั่งและลาวเวียง ที่พากันอพยพเข้ามาอยู่ในภาคกลางของประเทศไทยแล้ว ที่ศูนย์ทอผ้าลายโบราณแห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสความสวยงามของลวดลายบนผืนผ้าจากภูมิปัญญาที่ผ่านการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ชาวลาวครั่งและลาวเวียงต่างมีวิถีการทอผ้าที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ที่น่าจับตามอง ผ้าทุกชิ้นล้วนแสดงฝีมืออันละเมียดละไมและความตั้งใจที่น่ายกย่อง

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของรัชกาลที่ 7 ผ่านพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ที่ได้รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7 หาดูได้ยาก รวมทั้งจัดแสดงภาพถ่าย เอกสาร และพระราชประวัติของรัชกาลที่ 7 องค์ปฐมกษัตริย์ระบบประชาธิปไตยของไทย จนอาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์พระมหากษัตริย์แห่งแรก ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดเลยก็ว่า ซึ่งได้มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการอธิบายและนำชม เพิ่มความน่าสนใจ

ด้วยต้องการสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในอดีต พระครูสิริ ปุญญาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสำโรง จึงได้ร่วมกับชาวบ้าน บริจาคอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้พื้นบ้าน และเครื่องมือจับสัตว์น้ำ ที่เป็นของตกทอดตั้งแต่สมัยโบราณ มาเก็บรวบรวมไว้ใน ‘พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง’ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ปัจจุบันห้องพิพิธภัณฑ์อยู่บริเวณชั้นล่างของศาลาอเนกประสงค์

ที่นี่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ศูนย์วิจัยป่าชายเลนจังหวัดระนอง” โดยครอบคลุมป่าชายเลนหงาวซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 189,431 ไร่ มีพันธุ์ไม้หายากมากกว่า 20 ชนิด เช่น โกงกางอายุมากกว่า 200 ปี ต้นเดียวในประเทศไทย ต้นตะปูนดำยักษ์อายุมากกว่า 300 ปี และเป็นแหล่งเกิดและเติบโตของสัตว์ทะเลนานาชนิด ก่อนที่จะแข็งแรงและอาศัยหากินในทะเล

ไม่น่าเชื่อว่าเกาะกลางแม่น้ำบางปะกงแห่งนี้เต็มไปด้วยนานากิจกรรมเพื่อความสุขวันสุดสัปดาห์มากมาย ตั้งแต่การล่องเรือชมความงามรอบเกาะที่ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง การชมวิถีชีวิตที่ยังคงยึดขนบอันเรียบง่าย ของชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะลัด สักการะพระสถูปเจดีย์พระเจ้าตากสินมหาราช แวะชมความคลาสสิกของวัดปากน้ำโจ้โล้ ตื่นตากับค้างคาวแม่ไก่นับร้อยที่วัดโพธิ์บางคล้า