“ปลูกผักปลอดสารเคมี” ควบคู่กับการทำนา

ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากหลุดพ้นวงจรหนี้สิน และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เกษตรกรตำบลสิงหนาทจึงได้รวมกลุ่มระดมความคิดเห็นในการหาทางออกเรื่องนี้ และก็พบสาเหตุของปัญหา นั่นคือการใช้สารเคมีในปริมาณสูงจนเกิดอันตราย ทุกคนจึงลงความเห็นว่าจะ ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี และสร้างอาชีพเสริมด้วยการ “ปลูกผักปลอดสารเคมี” ควบคู่กับการทำนา
พื้นที่หัวไร่ปลายนา หรือพื้นที่เล็กๆ หลังบ้าน ถูกเนรมิตให้เป็นแปลงผักปลอดสาร ปลูกหมุนเวียนตามฤดู สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ บางรายถึงกับจะเลิกทำนาเพื่อหันมาปลูกผักปลอดสารอย่างจริงจัง

สุวรรณ กาฬการ ซึ่งประกอบอาชีพทำนา เนรมิตพื้นที่หลังบ้าน 1-2 งานให้กลายเป็นแปลงผักปลอดสารพิษ ส่งขายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เป็นรายได้เสริมเดือนละไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท
แต่เดิมชาวบ้านตำบลสิงหนาททำนากัน ส่วนใหญ่ต้องประสบภาวะขาดทุนมาต่อเนื่อง เพราะข้าวราคาตกต่ำ ไม่คุ้มกับต้นทุน ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าปุ๋ย ค่ายา ดังนั้นจึงร่วมกันคิดหาทางออก ว่าจะช่วยพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร อันเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเกษตรแบบอินทรีย์เมื่อ 4 ปีก่อน โดยการส่งเสริมให้มีการใช้สารอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า แม้จะให้ผลผลิตน้อย แต่ก็ให้กำไรมากกว่า
อบต. สิงหนาท ได้สนับสนุนให้มีการทำอาชีพเสริม เช่น ปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็นต้น พร้อมทั้ง ได้ต่อยอดไปทำ โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของชุมชน พร้อมทั้งได้เข้าร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ให้รู้จักทำการเกษตรแบบปลอดภัย มีต้นทุนการผลิตต่ำ และผลิตโดยคำนึงถึงตลาดที่จะขายผลผลิตด้วย
“เกษตรกรยุคใหม่ต้องปรับตัว จะทำวิถีเดิมๆ ไม่ได้ ต้องเรียนรู้ความรู้ใหม่ๆ พร้อมกับพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และต้องนำเด็กรุ่นใหม่ซึ่งมีความรู้เรื่องเทคโนโลยี และการตลาดเข้ามาช่วยด้วย จึงจะอยู่รอด และในฐานะผู้นำต้องเป็นแบบ ทำให้เขาเห็นก่อน ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ทำ ไปบอกอย่างเดียวเขาไม่เชื่อหรอก” ชัยวิทย์ พีเทียรพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสิงหนาท กล่าว
/ขอบคุณ สสส